ธุรกิจสื่อ-ค่ายบันเทิงรุกใหม่ปีหน้า ทำใจโฆษณาหด-อีเวนต์เลื่อน-มู้ดผู้บริโภคสุดฝืด

ธุรกิจสื่อ-ค่ายบันเทิงสุดเซ็ง สินค้าหั่นงบฯ 2 เดือนสุดท้าย อารมณ์ผู้บริโภคสุดกร่อย จัดบันเทิงไม่ขึ้น เผยงบฯโฆษณาตุลาคมหล่นวูบ ช่อง 9 ชี้สื่อทีวีโดนหมด สินค้าลดใช้สื่อหันทำกิจกรรมเพื่อสังคมแทน ผุดกลยุทธ์รักษาเม็ดเงินโฆษณา ขยายเวลาข่าว ยักษ์บันเทิงแกรมมี่รับกำไรหด 200 ล้านหวั่นธุรกิจมีเดียในเครือกระทบหนัก หวังอีเวนต์ต้นปี-ยอดกล่องวันสกายช่วยฟื้นรายได้ ส่วนเมเจอร์เจอผลกระทบยอดหนัง “30 กำลังแจ๋ว” ต่ำกว่าเป้า มองแง่ดีปีหน้าลงทุนเพิ่ม 800 ล้าน

จากรายงานข้อมูลของ “มีเดีย แฟลช” ที่ระบุว่า การใช้งบฯผ่านสื่อในช่วง 10 เดือนแรกมีการเติบโตขึ้น 8.8% คิดเป็นมูลค่า 89,560 ล้านบาท แต่เฉพาะเดือนตุลาคมการใช้งบฯลดลง 5.1% ซึ่งเป็นผลจากน้ำท่วมและจากนี้ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เมื่อดูจากแผนธุรกิจของผู้ประกอบการและเจ้าของสินค้าในช่วง 2 เดือนสุดท้าย ที่ปรับกลยุทธ์โดยการตัดหรือโยกงบฯตลาดที่มีนำไปใช้ช่วยเหลือพนักงานหรือกิจกรรมเพื่อสังคม

แน่นอนว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนคือ ธุรกิจสื่อหรือมีเดียที่มีสัดส่วนรายได้หลักมาจากการโฆษณาจะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังต่อเนื่องไปถึงธุรกิจบันเทิงที่ธุรกิจต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยเฉพาะกับเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้

สื่อทีวีกระทบถ้วนหน้า

นายเขมทัตต์ พลเดช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท (MCOT) ให้ข้อมูลว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมทีวีตอนนี้ถือว่าเจอเหตุการณ์หนักสุดในรอบกว่า 10 ปี โดยทุกสถานีต่างอยู่ในช่วงชะลอตัว ยกเว้น 2 ค่ายใหญ่คือ ช่อง 3 และช่อง 7 อาจได้รับผลกระทบไม่มากนัก ในส่วน อสมท ไตรมาส 4 ได้แก้สถานการณ์ด้วยการปรับผังชั่วคราวโดยเพิ่มรายการข่าวให้มากขึ้น พร้อมปรับคุณภาพคอนเทนต์เพื่อให้เป็นช่วงเวลาไพรมไทม์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เร่งผลักดันให้ อสมท เป็นช่องเอดูเทนเมนต์ หรือสังคมอุดมปัญญาให้ชัดเจนขึ้นในปีหน้า เพื่อสร้างความแตกต่างจากสถานีอื่น ๆ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทาง อสมท ตัดสินใจประกาศยืดเวลาการขึ้นราคาโฆษณาปี 2555 ออกไปจากเดิมที่กำหนดว่าจะขึ้น 10% ตั้งแต่ต้นปี เป็นการค่อย ๆ ขึ้นราคาเป็นขั้นบันไดจนครบ 10% และเพิ่มแพ็กเกจสำหรับลูกค้าเดิม หรือเพิ่มความยืดหยุ่นกับลูกค้าพอร์ตใหญ่ ๆ ส่วนกลยุทธ์ปีหน้า อสมท จะพยายามรักษาเม็ดเงินโฆษณาโดยจัดแคมเปญฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เน้นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าเอกชนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง ตกแต่งบ้าน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และยานยนต์

สินค้าปรับงบฯ หันทำ CSR

นายเขมทัตต์กล่าวอีกว่า คาดว่าไตรมาส 4 อุตสาหกรรมโฆษณาจะมีการเติบโตลดลง 20% เนื่องจากลูกค้า โฆษณาเปลี่ยนจากการขายสินค้า มาเป็นการทำกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ ซีเอสอาร์ อาทิ มาม่า ททท. โตโยต้า ฯลฯ และสินค้าที่ไม่มีสายป่านยาวก็หยุดใช้งบฯโฆษณาไปเลย เพราะไม่มีสินค้าออกมาจำหน่าย หรืออีกส่วนหนึ่งเพราะสินค้าสามารถขายได้ดีอยู่แล้วในช่วงนี้ก็ตัดงบฯโฆษณาไปเช่นกัน โดยสินค้าที่จะกลับมาใช้งบฯโฆษณาหลังน้ำลด ได้แก่ รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เฟอร์นิเจอร์ สถาบันการเงิน ประกันภัย สินเชื่อ ฯลฯ

“หากสิ้นเดือนนี้น้ำลด ความเชื่อมั่นก็จะกลับมา ในสถานการณ์นี้เม็ดเงินไม่ได้หายไปจากตลาด แต่ถูกจัดสรรไปใช้กับสื่ออื่น ๆ ได้แก่ ทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี หรือบางส่วนก็ถูกเก็บเอาไว้ เชื่อว่าภายในเดือนธันวาคมเม็ดเงินเหล่านั้นจะฟื้นกลับมา เพราะสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้เกิดขึ้นหมดทุกจังหวัด และเริ่มเข้าสู่เทศกาลความสุข จนอาจส่งผลให้ไตรมาส 1 ปีหน้าจะมีการเติบโตมากกว่าปกติ”

แกรมมี่กำไรร่วงโชว์บิซ-มีเดียอ่วม

นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ของ แกรมมี่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายต้องเลื่อนไปจัดช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นงานโชว์บิซ งานอีเวนต์ต่าง ๆ รวมถึงต้องมีการปรับแผนในส่วนของมีเดียทั้งในแง่การลดค่าใช้จ่ายและการกระตุ้นการขาย เพราะมีเดียได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมค่อนข้างมาก ส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนักคือธุรกิจเพลง

“เมื่อสินค้าอุปโภคบริโภคลดการใช้โฆษณาก็ส่งผลกระทบกับด้านมีเดียของบริษัท ต้องรอดูสถานการณ์ปีหน้า หากแบรนด์สินค้าไม่ถอดใจเราก็จะรอด นอกจากนี้ยังฝากความหวังไว้กับงานที่เลื่อนออกไปจัดช่วงไตรมาส 1 ตลอดจนธุรกิจใหม่อย่างกล่องรับสัญญาณดาวเทียมวันสกาย ซึ่งน่าจะช่วยกอบกู้รายได้ที่มีปัญหาของมีเดียได้”

ทั้งนี้ นายไพบูลย์ประเมินว่า เฉพาะไตรมาส 4 กำไรของบริษัทจะหายไปราว 200 บาท จากที่คาดว่าจะมีกำไร 800 ล้านบาท และประเมินว่าจนถึงไตรมาส 1 ปีหน้าภาพรวมธุรกิจจะยังอยู่ในช่วงอันตราย และจะเริ่มกลับมาดีมากช่วงไตรมาส 3-4 เพราะผู้บริโภคต้องออกมาจับจ่ายสินค้าฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย ประกอบกับการระดมทุนของภาครัฐ

มู้ดบันเทิงหดรายได้หนังพลาดเป้า

นอกจากธุรกิจบันเทิงประเภทโชว์บิซ คอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่าง ๆ ในช่วงปลายปีจะได้รับผลกระทบ ธุรกิจภาพยนตร์ซึ่งเป็นธุรกิจบันเทิงที่มีมูลค่ามหาศาลก็ได้รับผลกระทบ เนื่องจากอารมณ์ผู้บริโภคไม่เอื้ออำนวยในขณะนี้

นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ส่วนความเสียหายขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ โดยเมเจอร์ได้มีการปิดให้บริการชั่วคราวโรงหนังประมาณ 20% จากทั้งหมด 375 โรง แต่คาดว่าไตรมาส 3 โดยรวมรายได้ของโรงหนังจะไม่ลดลง เพราะมีหนังดี ๆ ค่อนข้างมากต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า นอกจากนี้ยังพบว่าคนแห่มาดูหนังในเมืองเพิ่มขึ้น

สำหรับรายได้ของภาพยนตร์ถือว่าได้รับผลกระทบ อาทิ ภาพยนตร์เรื่อง 30 กำลังแจ๋ว ของค่ายเอ็ม 39 บริษัทในเครือขณะนี้สามารถทำรายได้ 80 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้าไว้ 120 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าภาพรวมไตรมาส 4 ยังคงเติบโต หากดูจากรายได้เดือนตุลาคมที่ผ่านมาถึงขณะนี้ยังไม่ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้

สำหรับปีหน้าบริษัทจะยังเดินหน้าลงทุนตามแผนเดิมที่วางไว้ ด้วยงบฯ 800 ล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวน โรงหนัง อีก 40-50 โรง ซึ่งเป็นงบฯ ที่เพิ่มจากปีนี้ ที่ลงทุน 500-600 ล้านบาท

 

ที่มา  : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์‏

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s